All posts by banky405

วัดบ้านไร่ (จ.นครราชสีมา)

วัดบ้านไร่ (จ.นครราชสีมา) วัดบ้านไร่ (วัดหลวงพ่อคูณ) ตั้งอยู่ใน ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา มีชื่อเสียงเนื่องจากหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ พระเกจิชื่อดังเป็นที่เคารพศรัทธาของคนทั้งประเทศ ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ จึงทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปด้วย  หลวงพ่อคูณเป็นพระชาวบ้านที่เข้าถึงมวลชนทุกระดับชั้น ตั้งแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน นักการเมืองไปจนถึงชาวบ้าน ด้วยท่านมีเมตตามหานิยม มีวิธีการสั่งสอนที่ตรงไปตรงมาง่ายแก่การเข้าใจ ประวัติ – วัดบ้านไร่เดิมเป็นสำนักสงฆ์ที่มีมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2436 ในช่วงรัชกาลที่ 5 โดยมีพระอาจารย์เชื่อม วิรโช เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกได้มีการก่อสร้างศาสนอาคารต่างๆขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นเจ้าอาวาสได้มีการพัฒนาวัดมากที่สุด  ด้วยมีผู้ศรัทธาจากทั่วประเทศได้ร่วมถวายวัตถุปัจจัยเป็นเงินมหาศาล  หลวงพ่อคูณได้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ  เพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ เช่น การบูรณะวัด การสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น การเดินทาง – จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร ถึงตัวเมืองสระบุรี เมื่อถึงตัวเมืองสระบุรีแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 89 กิโลเมตร จะถึงเขื่อนลำตะคอง ขับตรงไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร จะพบกับป้ายบอกทางถนนสาย 201 […]

วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร (จ.นครพนม)

วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร (จ.นครพนม) พระธาตุพนม  เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร  ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1200–1400  ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์  และท้าวพระยาเมืองต่างๆ  ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้  ลักษณะของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม  และได้ทำการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น “วรมหาวิหาร” พระธาตุพนมไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนมเท่านั้น  พระธาตุพนมยังเป็นที่เคารพของชาวไทยภาคอื่น ๆ และชาวลาวอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ”  เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม 1 ครั้ง ก็ถือเป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว ในวันที่ 11 สิงหาคม 2518 เวลา 19.38 น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์  เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนมและประจวบกับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อกันมาหลายวัน  ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม  การก่อสร้างนี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2522  นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น  โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำที่มีน้ำหนักถึง 110 กิโลกัม  ปัจจุบันองค์พระธาตุมีฐานกว้างด้านละ […]

พระธาตุขามแก่น (จ.ขอนแก่น)

พระธาตุขามแก่น (จ.ขอนแก่น) พระธาตุขามแก่น  เจดีย์เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์  เป็นจุดยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวขอนแก่นและชาวอีสาน  องค์พระธาตุขามแก่นยังเป็นที่มาของชื่อจังหวัดขอนแก่นอีกด้วย องค์พระธาตุขามแก่น ประดิษฐานอยู่ที่ วัดเจติยภูมิ อำเภอน้ำพอง จังหงัดขอนแก่น อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนขอนแก่น – ยางตลาด เลี้ยวซ้ายบริเวณบ้านพรหมนิมิตร อำเภอเมืองขอนแก่น ประมาณ 15 กิโลเมตร  เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่อีสานอีกแห่งหนึ่ง นอกเหนือจากพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม และพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร ไม่ปรากฏอายุการสร้างที่แน่นอน  แต่สิ่งที่แน่นอนคือ เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวขอนแก่นและอีสานมาอย่างช้านาน พระธาตุขามแก่น  มีประวัติเรื่องเล่าสืบขานกันมาช้านาน  ว่าภายหลังจากที่องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จดับขันธ์ปรินิพานในวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ที่กรุงกุสินารา  เมื่อพระองค์ดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว พระมหาปัสสปเถระเจ้า พร้อมด้วยราชบริพารได้มานมัสการถวายพระเพลิง  เมื่อถวายพระเพลิงแล้วก็ประกาศให้กษัตริย์ในชนบทต่างๆมารับแจกพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า  กษัตริย์นครต่างๆ เมื่อได้รับแจกแล้วก็นำไปประดิษฐานไว้ในเมืองของตน  เว้นแต่นครที่อยู่ในปัจจันตประเทศ (ประเทศที่อยู่ห่างไกลมัชฌิมประเทศ) จึงมิได้รับแจก ครั้งต่อมา โฆริยกษัตริย์ เจ้าผู้ครองเมืองโฆรีย์ ที่อยู่ในปัจจันตประเทศ  อยู่ห่างไกลกรุงกุสินาราซึ่งได้นามเมืองว่าเมืองกัมพูชา (เขมรเดี๋ยวนี้)  รับทราบข่าวมารับแจกพระสารีริกธาตุ (กระดูก)ไม่ทัน เพราะมีการแจกไปหมดแล้ว เหลือแต่พระอังคาร (เถ้าถ่านที่เผาศพ) จึงได้แต่พระอังคาร กษัตริย์โฆริยะจึงนำพระอังคารบรรจุไว้ในกระอูบทอง เพื่อจะนำกลับนครโฆรีย์ไปสักการะบูชา ครั้นกาลเวลาล่วงเลยไป 3 […]

Tsuruga-jo Castle (ปราสาทซึรุงะโจ ประเทศญี่ปุ่น)

Tsuruga-jo Castle (ปราสาทซึรุงะโจ ประเทศญี่ปุ่น) สำหรับการมาเยือนดินแดนปลาดิบครั้งนี้ เมืองไทย.คอม จะพาทุกๆคนไปเที่ยวยัง Tsuruga-jo Castle (ปราสาทซึรุงะโจ) แห่งเมือง Aizu-wakamatsu ในจังหวัดจังหวัด Fukushima ภูมิภาคโทโฮขุ (Tohoku) ของประเทศญี่ปุ่น กันครับ ปราสาทแห่งนี้ถือได้ว่าสวยงานเด่นสง่า ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้ครับ โดยมีคูน้ำที่เป็นน้ำแข๊งล้อมรอบตัวปราสาท…  ต้องบอกก่อนนะครับว่า อากาศช่วงที่ไปหนาวมากๆครับ จนทำให้น้ำที่อยู่ในคูคลองด้านนอกของตัวปราสาทแข๊ง จนเป็นน้ำแข๊งเกือบ 100 % เลยครับ ถ้าอยากมาแล้วได้บรรยากาศแบบนี้  ต้องหน้าหนาวอย่างเดียวครับ สะใจเป็นบ้าเลย!! นอกจากความสวยงามของตัวปราสาทแล้ว  ประวัติความเป็นมาก็น่าสนใจไม่แพ้ตัวปราสาทเลยทีเดียวครับ…  ปราสาทซึรุงะโจ (Tsuruga-jo Castle)  เป็นศูนย์รวมการปกครองทางทหารในแถบเมือง Aizu-wakamatsu จังหวัด Fukushima  ภูมิภาคโทโฮขุ (Tohoku) ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อราวศตวรรษที่ 14 กระทั่งศตวรรษที่ 19  ตั้งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดฟุกุชิมะในปัจจุบัน    เดิมปราสาทแห่งนี้ Tsuruga-jo Castle  มีชื่อว่า Kurokawa Castle สร้างขึ้นในปี 1384 โดยตระกูลอะชินะ (Ashina Clan)  ต่อมาก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น Tsuruga […]

ปราสาทวัดสระกําแพงใหญ่ (จ.ศรีสะเกษ)

ปราสาทวัดสระกําแพงใหญ่ (จ.ศรีสะเกษ) ปราสาทวัดสระกําแพงใหญ่ ตั้งอยู่วัดสระกำแพงใหญ่ บ้านกำแพงใหญ่ ตำบลสระกำแพงใหญ่ จังหวัดศรีสะเกษ  เป็นปราสาทขอมที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัด ลักษณะเป็นปรางค์ 3 องค์บนฐานเดียวกันเรียงกันในแนวทิศเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ก่อด้วยหินทราย มีอิฐแซมบางส่วน  มีทับหลังจำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้างบนแท่นเหนือหน้ากาล ส่วนปรางค์อีก 2 องค์  เป็นปรางค์อิฐ มีส่วนประกอบตกแต่งที่เป็นหินทราย เช่น ทับหลัง กรอบหน้าบันและกรอบเสาประตู ด้านหลังปรางค์องค์ทิศใต้มีปรางค์ก่ออิฐอีก 1 องค์  ด้านหน้ามีวิหารก่ออิฐ 2 หลัง ล้อมรอบด้วยระเบียงคดก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย  มีโคปุระหรือประตูซุ้มทั้ง 4 ทิศ ส่วนวิหารที่ก่อด้วยอิฐซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือมีทับหลังสลักภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่เหนือพระยาอนันตนาคราชท่ามกลางเกษียรสมุทร  และที่วิหารก่ออิฐทางด้านทิศใต้มีทับหลังรูปพระอิศวรกับพระอุมาประทับนั่งเหนือโคนนทิ  ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้อยู่ในความดูแลของกองโบราณคดี กรมศิลปากร และได้มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่นทับหลังจำหลักภาพศิวะนาฏราช พระกฤษณะยกเขาโควรรธนะ และยังพบพระพุทธรูปนาคปร  พระพุทธรูปปางสมาธิ พระพิมพ์ดินเผา ฯลฯ จากหลักฐานลวดลายที่ปรากฏบนหน้าบัน ทับหลัง และโบราณวัตถุต่าง ๆ โดยเฉพาะจารึกที่หลืบประตูปราสาทสระกำแพงใหญ่  สันนิษฐานว่าปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 ตรงกับศิลปะขอมแบบบาปวน  เพื่อเป็นเทวาลัยถวายแด่พระศิวะ และเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นวัดในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน การเดินทาง – ใช้ทางหลวงหมายเลข 226 ห่างจากตัวจังหวัด 26 กิโลเมตรและห่างจากตัวอำเภอ 2 […]

ปราสาทศีขรภูมิ (จ.สุรินทร์)

ปราสาทศีขรภูมิ (จ.สุรินทร์) ปราสาทศีขรภูมิ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ตามหนังสือทะเบียนโบราณวัตถุทั่วราชอาณาจักร พ.ศ.2516 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มี.ค.2478  ตามเอกสารได้กล่าวถึงลักษณะของปราสาทศีขรภูมิ ดังนี้ (กรมศิลปากร, 2516) “ปรางค์ประธาน ก่อด้วยอิฐขัดมันอยู่บนฐานเดียวกัน 5 องค์ ฐานก่อด้วยแลง มีบันไดอยู่ทางทิศตะวันออก-ทิศตะวันตก  ปรางค์ประธานองค์ใหญ่อยู่กลาง มีปรางค์บริวารอยู่ 4 มุม  ปรางค์ประธานยอดหักเหลือเพียงบัวเชิงบาตร 3 ชั้น สูง 12 เมตร ฐานกว้าง 10.60 เมตร  มีประตูทางทิศตะวันออกทำด้วยหินทรายสีเทา ท้องไม้ของประตูทางด้านหน้า จำหลักลายและรูปอัปสรถือดอกบัว ด้านข้างจำหลักลายและรูปทวารบาลยืนกุมกระบองกับอัปสร ศิลาทับหลังประตูกลางจำหลักเป็นรูปเทพสิบกรอยู่อยู่บนแท่นมีหงส์แบก 3 ตัว อยู่บนเศียรเกียรติมุข มีมือทั้งสองจับเท้าสิงห์ข้างละ 1 ตัว สิงห์อยู่ในท่ายืนด้วยสองขาหลัง และอุ้งเท้าของสองหน้ากุมดอกบัวบานออกเกสรเป็นลำพวงมาลัยโค้ง ภายใต้วงโค้งของพวงมาลัย จำหลักเป็นรูปพระคเณศ พระพรหม พระวิษณุ และนางปารพตี และมีรูปโยคีสกัดอยู่ทั้งหัวแถวท้ายแถว อยู่เหนือปทุมอาศน์” ศิลาทับหลังของปราสาทศีขรภูมิ แกะสลักเป็นรูปเทพเจ้าตามหลักศาสนาฮินดูอยู่หลายองค์ ซึ่งปราสาทศีขรภูมิแห่งนี้  เดิมเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดูที่บูชาพระศิวะเป็นใหญ่  เทพสิบกรนั่นก็คือพระศิวะกำลังร่ายรำ หรือ เรียกกันว่า […]

อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ (จ.มุกดาหาร)

อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ (จ.มุกดาหาร) อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ  เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 59 ของประเทศไทย มีเนื้อที่ 48.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 30,312.5 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหารและอำเภอดอนตาล  ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายประกอบด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่หลายลูกติดต่อกันแบบลูกคลื่น  และเป็นส่วนปลายสุดของเทือกเขาภูพาน  เทือกเขาเหล่านี้วางตัวในลักษณะแนวเหนือ-ใต้ขนานและห่างจากชายฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 4 กิโลเมตร ภายในอุทยานภูผาเทิบประกอบด้วยภูหมากยาง ภูมโน ภูโปร่ง ภูรัง ภูจอมนาง ภูหมากมี่ ภูผาเทิบ ภูนางหงส์ ภูถ้ำพระ ภูหลักเส และยอดเขาสูงสุดคือ ยอดภูจอมศรี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 170-420 เมตร สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าไม้เต็งรัง  และป่าเบญจพรรณ และยังเป็นแหล่งกำเนิดของลำห้วยหลายสาย เช่น ห้วยตาเหลือก ห้วยสิงห์ ห้วยเรือ ห้วยมะเล ห้วยช้างชน เป็นต้น แถบบริเวณเชิงเขาเป็นป่าไผ่ขึ้นสลับเป็นแนวหลายบริเวณเป็นหน้าผาสูง และลานหินกว้าง มีหินรูปร่างแปลกๆมากมาย  สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ได้แก่ กลุ่มหินเทิบ  การเกิดกลุ่มหินเทิบจากอดีตจนถึงปัจจุบัน  เป็นที่มาของประติมากรรมธรรมชาติที่ล้วนเกิดจากการกัดเซาะของฝน น้ำ ลมและแสงแดดผ่านกาลเวลามาถึง 120-95 ล้านปี  ทำให้กลุ่มหินเหล่านี้มีสภาพแตกต่างกันไปดูคล้ายรูปเครื่องบินไอพ่น จานบิน เก๋งจีน มงกุฎ หัวจระเข้และหอยสังข์  ซึ่งความคงทนของชั้นหินที่แตกต่างกันก็เนื่องจากการประสานของเนื้อทรายแตกต่างกัน  หินทรายชั้นบนที่คงทนมีสีเนื้อหินเป็นสีน้ำตาลมีส่วนประกอบที่เป็นซิลิกาและเม็ดกรวดมาก […]

เอโดะ วันเดอร์แลนด์ (Edo Wonderland)

เอโดะ วันเดอร์แลนด์ (Edo Wonderland) สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ เมืองไทย.คอม จะพาเพื่อนๆกระโดดลงไปในลิ้นชักในห้องของโนบิตะกันครับ  เพื่อนั้งไทม์แมชชีนย้อนอดีดกลับไปยุคสมัยเอโดะ  ประเทศญี่ปุ่น  เราไปดูกันซิว่าในยุคสมัยโบราณของญี่ปุ่น เขามีวิถีชีวิตการเป็นอยู่อย่างไร  และมีประเพณีวัฒนธรรมที่น่าสนใจขนาดไหน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ตามกันมาเลย..ฟิ่ว!!! เอโดะ วันเดอร์แลนด์ (Edo Wonderland) เป็นหมู่บ้านจำลองยุคสมัยเอโดะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกโก้ (nikko) ที่ได้รับให้เป็นมรดกโลก เดินทางสะดวก อยู่ห่างโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมง โดยรถไฟ  ภายในจำลองสถานที่สำคัญๆในยุคสมัยเอโดะเอาไว้  ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของหมู่บ้าน  สะพาน  ร้านอาหารต่างๆ และที่สำคัญเจ้าหน้าที่ตามจุดต่างๆที่คอยให้บริการนักท่องเที่ยว ยังแต่งตัวย้อนยุคสมัยเข้ากับบรรยากาศอีกด้วย  บอกได้คำเดียวว่า สุโก้ยมากๆครับ!!!! เอโดะ วันเดอร์แลนด์ (Edo Wonderland) ที่นี่ถูกสร้างให้เป็นธีมปาร์คเพื่อจำลองช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่สำคัญช่วงหนึ่งของญี่ปุ่นเอาไว้  เป็นที่ที่จะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างเมืองและวิถีชีวิตของคนใน สมัยเอโดะ (ประมาณปี 1603 – 1868) ที่นี่แต่เดิมแล้วเป็นเมืองเล็กๆ  ภายหลังมีการสร้างสิ่งปลูกสร้างในสถาปัตยกรรมแบบเอโดะแท้ๆ จำลองความเป็นเอโดะในยุคก่อนเอาไว้จนเป็นที่นิยมสำหรับชาวเมืองให้แวะมาเยี่ยมชมกันอยู่เรื่อยๆ และละครประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นก็มักจะมาถ่ายทำกันที่นี่  สำหรับผู้ที่มาเยี่ยมชมสามารถอินกับบรรยากาศด้วยการแต่งตัวย้อนยุคได้ด้วยโดยจะเสียค่าธรรมเนียมนิดหน่อย  ภายในมีทั้งร้านค้า พิพิธภัณฑ์ โรงละครถึง 6 แห่งให้เลือกเข้าชม  และกิจกรรมอีกหลายหลายก็ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะสัมผัสความเป็นเอโดะ ในเอโดะ วันเดอร์แลนด์แห่งนี้ ภายใน เอโดะ วันเดอร์แลนด์ […]

ศาลเจ้านิกโกโทโชกู (Toshogu Shrine)

 ศาลเจ้านิกโกโทโชกู (Toshogu Shrine) นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ผมได้มีโอกาสกลับมาเที่ยวยัง ศาลเจ้านิกโกโทโชกู (Toshogu Shrine) แห่งเมืองนิกโก จังหวัดโทจิกิ ครับ  ถึงแม้ผมจะเคยได้มีโอกาสไปมาแล้วครั้งนึงช่วงฤดูร้อน  ความรู้สึกตื่นเต้นก็ยังรู้สึกเช่นเดิมเหมือนครั้งแรกที่ได้มาเยือน  แต่การมาในครั้งนี้ บรรยากาศของศาลเจ้านิกโกโทโชกู (Toshogu Shrine) เปลี่ยนไปเยอะมากๆครับ เพราะรอบนี้ซึ่งตรงกับฤดูหนาวพอดี หิมะตกโปรยปรายขาวโพลนสวยงามมากๆครับ มองไปรอบๆตัว หิมะสีขาวเต็มทุกอณูของพื้นที่เลยก็ว่าได้  ช่างเป็นภาพบรรยากาศที่สวยสดงดงามน่าประทับใจมากๆเลย นักท่องเที่ยวชาวไทยหลายๆคนมักจะติดปากเรียกศาลเจ้านิกโกโทโชกู (Toshogu Shrine) ว่า nikko สั้นๆครับ ซึ่งชื่อเต็มของสถานที่แห่งนี้ชื่อว่า Toshogu Shrine ครับ  ตั้งอยู่ที่เมือง Nikko จังหวัด Tochigi ประเทศญี่ปุ่น ศาลเจ้านิกโกโทโชกู (Toshogu Shrine) ตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู จังหวัดโทจิกิ เป็นเมืองเล็กๆที่มีพื้นที่เป็นภูเขาโดยมาก มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆเป็นศาลเจ้า 2 แห่ง ประกอบด้วย 1. ศาลเจ้าโทโชกุ 2.ศาลเจ้าฟุตะราซังจินจะ กับอีก 1 วัดคือ วัดรินโนจิ ซึ่งสถานที่ที่ได้กล่าวมาขั้นต้นนี้  ล้วนได้ขึ้นทะเบียนศาลเจ้าและวัดต่างๆของนิกโก ให้เป็นมรดกโลกจาก UNESCO อีกด้วย!! เมือง […]

ร้านอาหารแกงร้อนบ้านสวน จ.เชียงใหม่

ร้านอาหารแกงร้อนบ้านสวน จ.เชียงใหม่ ร้านอาหารแกงร้อนบ้านสวน เชียงใหม่ เป็นร้านอาหารไทย และอาหารพื้นเมืองภายใต้บรรยากาศร่มเย็น ในบริเวณสวน ลิ้นจี่กว่า 2 ไร่ มีส่วนที่เป็นห้องปรับอากาศสามารถรับแขกได้ถึง 60 ที่นั่ง และพื้นที่บริเวณกลางแจ้ง  ภายในสวนสวนลิ้นจี่กว่า 300 ที่นั่ง และพื้นที่ลานจอดรถที่กว้างขวาง สาหรับแขกที่มารับประทานอาหารที่ร้าน  และฟังเพลงในบรรยากาศผ่อนคลายสไตล์เพลงร่วมสมัย และยังมีการบรรเลงดนตรีสดสไตล์ล้านนาไว้คอยบริการแขก ความเป็นมาของร้าน ก่อนที่ร้านแกงร้อนบ้านสวน จะมีที่ตั้งในปัจจุบัน หรือ 149/3 หมู่ 2 ถนนเลียบคลองชลประทาน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่นั้น ร้านแกงร้อนบ้านสวนมีทำเลเดิมอยู่หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อตั้งโดยคุณเสน่ห์ และคุณบังอร ธุวานนท์ สามี-ภรรยาที่หลงใหลเสน่ห์ของเชียงใหม่จึงย้ายภูมิลำเนาจากกรุงเทพฯ มาอยู่เชียงใหม่ เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว โดยเริ่มแรกใช้ชื่อว่า “แกงร้อน” ขายอาหารไทย – จีน แต่เมื่อ 18 ปีที่แล้วได้ย้ายร้านเข้ามาอยู่ที่สวนลิ้นจี่ จึงใช้ชื่อว่า “แกงร้อนบ้านสวน” โดยเมนูอาหารได้เพิ่มเมนูอาหารพื้นเมืองเหนือเข้าไป และได้เป็นเมนูที่ลูกค้าให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากรสชาติถูกปากนักท่องเที่ยวชาวไทย และในช่วงฤดูของผักและเห็ดต่างๆ ทางร้านพยายามสรรหาผักธรรมชาติผักพื้นบ้านมาบริการให้แก่ลูกค้าอยู่ตลอด  นอกจากนี้ทางร้านได้คำนึงถึงทั้งแหล่งและคุณภาพ ของวัตถุดิบและเครื่องปรุงให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภคทุกท่าน  และเนื่องจากร้านมีทำเลที่ตั้งซึ่งอดีตเคยเป็นสวนลิ้นจี่  ปัจจุบันจึงยังมีต้นลิ้นจี่คงอยู่หลายต้นเพื่อคอยอวดสายตาผู้มาเยี่ยมเยือนฤดูออกดอกออกผล  รวมทั้งบรรยากาศร้านรายล้อมด้วยไม้ดอก-ไม้ใบ ที่ให้ความรู้สึกสบายๆร่มรื่นและอบอุ่น เมนูที่น่าสนใจ – ออออเดิฟ – ผักเชียงดาวคั่วไข่ – ลาบคั่วหมู […]